NewVest ผู้จัดการดัชนีตลาดนอกตลาด (Private Markets Index Manager) ที่มีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก ได้กลายเป็นผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลประเภทปิด (Closed-ended Private Equity) รายแรกที่เปิดตัวในตลาดดิจิทัล (Digital Market) ของกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSEG) ตามประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
NewVest ได้นำหลักการของการลงทุนแบบแพสซีฟ (Passive Investing) มาใช้ ซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า การกระจายความเสี่ยงตามกฎเกณฑ์ และการเข้าถึงที่กว้างขวาง มาใช้กับสินทรัพย์ประเภทหุ้นนอกตลาด (Private Equity) และหนี้นอกตลาด (Private Debt) ซึ่งในอดีตมักจะมีลักษณะของการคัดเลือกผู้จัดการกองทุนแบบเชิงรุก (Active Manager), การเข้าถึงที่จำกัด และความโปร่งใสที่น้อย
บริษัทได้จัดสรรเงินทุนให้กับกองทุนที่บริหารโดยผู้ร่วมหุ้นทั่วไป (General Partners) ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่ยอมรับมากที่สุด 100 รายในอุตสาหกรรม
ในปี 2025 NewVest ได้ร่วมมือกับ S&P Dow Jones Indices เพื่อเปิดตัวดัชนีตระกูล S&P Private Equity 50 Index Series ซึ่งเป็นการนำแนวทางที่ใช้เกณฑ์มาตรฐานมาใช้ในการวัดผลการดำเนินงานของหุ้นนอกตลาด เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความสามารถในการเปรียบเทียบในสินทรัพย์ประเภทนี้
Edward Talmor-Gera ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ NewVest กล่าวว่า ตลาดนอกตลาดกำลังเข้าสู่ระยะการเติบโตใหม่ และการเปลี่ยนผ่านสู่แนวทางที่อิงตามดัชนีจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดสำหรับการจัดสรรเงินทุนจากสถาบันและกลุ่มความมั่งคั่งส่วนบุคคล (Private Wealth) ในทศวรรษหน้า เขายังกล่าวด้วยว่าความร่วมมือกับ LSEG เป็นขั้นตอนสำคัญในการทำให้การเข้าถึงตลาดนอกตลาดทำได้ง่ายขึ้น
Matthew Chapman หุ้นส่วนของ NewVest กล่าวว่า สหราชอาณาจักรได้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญที่สุดของบริษัท ทั้งในแง่ของนักลงทุนและมุมมองเชิงกลยุทธ์ และความร่วมมือกับ LSEG สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของ NewVest ที่มีต่อสหราชอาณาจักร และต่อการขยายการเข้าถึงตลาดนอกตลาดผ่านโครงสร้างพื้นฐานชั้นนำ
การเปิดตัวของ NewVest บนตลาดดิจิทัลของ LSEG ช่วยขยายขอบเขตโครงสร้างกองทุนเพื่อการลงทุนบนแพลตฟอร์มให้หลากหลายมากขึ้น สำหรับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนกลุ่มความมั่งคั่ง (Wealth Investors)
