Skip to content

ส่วนลดฟอเร็กซ์

จำนวนนักเทรดน้ำมันบน Capital.com พุ่ง 276% ตะวันออกกลางสั่นคลอนตลาด

    capital.com

    นักลงทุนรายย่อยหันเข้าสู่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อย่างรวดเร็วในสัปดาห์นี้ หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดโลก ข้อมูลล่าสุดระบุว่าปริมาณการซื้อขายน้ำมันบนแพลตฟอร์ม Capital.com เพิ่มขึ้นถึง 649% ในวันจันทร์ ขณะที่จำนวนนักเทรดน้ำมันที่ใช้งานเพิ่มขึ้น 276% ภายในวันเดียว

    เมื่อเทียบกับวันศุกร์ก่อนหน้า จำนวนผู้ใช้งานที่ทำการซื้อขายบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น 49% ปริมาณการซื้อขายรวมเพิ่มขึ้น 73% และจำนวนธุรกรรมที่ดำเนินการเพิ่มขึ้น 82% โดยน้ำมันกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีการซื้อขายมากเป็นอันดับสองบนแพลตฟอร์ม แซงหน้าตลาดค่าเงินและดัชนีหลายรายการ

    จำนวนนักเทรดใหม่ที่เปิดสถานะในน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,200% สะท้อนให้เห็นถึงการตอบสนองอย่างรวดเร็วของนักลงทุนรายย่อยต่อความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลง

    ขณะเดียวกัน ปริมาณการซื้อขายทองคำเพิ่มขึ้น 103% ภายในคืนเดียว สะท้อนกระแสการเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างชัดเจน

    มุมมองเชิงบวกในตลาดเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนสถานะ Long เพิ่มจาก 51% ในวันศุกร์เป็น 75% ในวันจันทร์ ข้อมูลบ่งชี้ว่านักเทรดกำลังประเมินความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากภูมิภาคดังกล่าว

    Kyle Rodda นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ Capital.com กล่าวว่า “โลหะมีค่า โดยเฉพาะทองคำ เป็นสินทรัพย์ยอดนิยมของนักลงทุนรายย่อยมาโดยตลอด โดยส่วนใหญ่มักถือสถานะซื้อสุทธิ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การค้า และนโยบายเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความสนใจในสินทรัพย์เหล่านี้พุ่งสูงขึ้น และวิกฤตในตะวันออกกลางก็ยิ่งกระตุ้นความต้องการดังกล่าว”

    เขาเสริมว่า “การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้นในกลุ่มพลังงาน เมื่อนักเทรดเริ่มประเมินความเสี่ยงจากความผันผวนที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานกำลังผลักดันให้เกิดสถานะซื้อในน้ำมันจำนวนมาก แม้ว่านักเทรดบางส่วนจะเริ่มลดสถานะหลังราคาพุ่งขึ้นในช่วงแรก”

    ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีการซื้อขายมากที่สุดบนแพลตฟอร์ม โดยจำนวนนักเทรดเพิ่มขึ้น 61% และสัดส่วนสถานะ Long อยู่ที่ 66% สะท้อนว่านักลงทุนรายย่อยยังคงพยายามสร้างสมดุลระหว่างการแสวงหาโอกาสในตลาดพลังงานกับการป้องกันความเสี่ยงผ่านสินทรัพย์ปลอดภัย

    ขณะเดียวกัน รายงานอีกฉบับระบุว่าปริมาณธุรกรรมคริปโตลดลงอย่างรุนแรง หลังทางการบังคับใช้ข้อจำกัดอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด ส่งผลให้การเข้าถึงแพลตฟอร์มซื้อขายถูกจำกัด TRM Labs ระบุว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตลดลงประมาณ 99% ทำให้นักเทรดไม่สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มสำคัญได้

    Nobitex ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคริปโตที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน มีเงินไหลเข้าเพิ่มราว 3 ล้านดอลลาร์ แต่บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่าส่วนใหญ่เป็นการเคลื่อนไหวของเงินทุนภายใน มากกว่าจะเป็นการไหลออกของเงินทุน

    เมื่อการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตทำให้สภาพคล่องในตลาดลดลงอย่างมาก แพลตฟอร์มซื้อขายภายในประเทศต้องเร่งหาทางรักษาการดำเนินงาน Wallex ระบุว่าศูนย์ข้อมูลที่ใช้ร่วมกับ Nobitex เกิดปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบรวมศูนย์ยังคงส่งผลต่อระบบที่ถูกมองว่าเป็นแบบกระจายศูนย์

    ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม ปริมาณการซื้อขายลดลงราว 80% สะท้อนทั้งความต้องการรับความเสี่ยงที่หายไป และข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดแบบเรียลไทม์

    ท่ามกลางความขัดแย้งดังกล่าว ชื่อเสียงของดูไบในฐานะศูนย์กลางธุรกิจที่ปลอดภัยสำหรับโบรกเกอร์ CFD ก็ถูกสั่นคลอน หลังมีรายงานว่าขีปนาวุธจากอิหร่านตกใกล้พื้นที่สำคัญทางธุรกิจและที่อยู่อาศัย เช่น Palm Jumeirah และ Burj Al Arab โดยเมืองนี้เป็นที่ตั้งของโบรกเกอร์รายใหญ่หลายแห่ง เช่น IG Group, CMC Markets, Saxo Bank, Pepperstone, Plus500, Capital.com และ CFI รวมถึงผู้ให้บริการเทคโนโลยีอย่าง Leverate และบริษัทคริปโตจำนวนมาก.