
รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศให้ Facebook, Instagram และ TikTok ต้องบล็อกโฆษณาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินจากผู้ให้บริการที่ไม่ได้รับอนุญาตในประเทศ โดยแพลตฟอร์มมีเวลาปฏิบัติตามข้อกำหนดจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2027
มาตรการดังกล่าวออกภายใต้ พระราชบัญญัติ Online Criminal Harms Act (OCHA) โดยสำนักงานตำรวจสิงคโปร์ (SPF) ระบุว่า ผู้ลงโฆษณาที่ต้องการเข้าถึงผู้ใช้งานในสิงคโปร์จะต้องได้รับใบอนุญาตจาก ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับอนุญาตจากนิติบุคคลที่มีใบอนุญาตแล้ว
กฎใหม่นี้ส่งผลโดยตรงต่อโบรกเกอร์ บริษัทคริปโต และผู้ให้บริการด้านการลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากการจดทะเบียนในต่างประเทศเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่มีใบอนุญาตหรือการรับรองในสิงคโปร์ จะไม่สามารถซื้อโฆษณาเพื่อเข้าถึงผู้ใช้งานในประเทศได้
SPF เปิดเผยว่า ในปี2025 คดีหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดียคิดเป็นประมาณ30%ของคดีทั้งหมด โดย Facebook เพียงแพลตฟอร์มเดียวคิดเป็น18%
คำว่า “ผู้ลงโฆษณา” ตามข้อกำหนดใหม่ ครอบคลุมมากกว่าบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงเจ้าของแบรนด์ ร้านค้า เอเจนซีโฆษณา บริษัทประชาสัมพันธ์ อินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์ และนักการตลาดแบบแอฟฟิลิเอตที่มีส่วนร่วมในการสร้าง สนับสนุน หรือเผยแพร่โฆษณา
สำหรับบริษัทต่างชาติที่ไม่ได้รับอนุญาตในสิงคโปร์ จะไม่สามารถใช้โฆษณาแบบชำระเงินเพื่อเข้าถึงผู้ใช้งานในประเทศได้ อย่างไรก็ตาม หากดำเนินการผ่านบริษัทท้องถิ่นที่ได้รับใบอนุญาต หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทดังกล่าว ก็ยังสามารถโฆษณาได้
ข้อกำหนดนี้ใช้กับโฆษณาแบบชำระเงินเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าโพสต์ทั่วไปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั้งหมดจะถูกห้าม
Facebook, Instagram และ TikTok จะต้องตรวจสอบโฆษณาทุกชิ้นก่อนเผยแพร่ หากพบเหตุอันควรสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงหรืออาชญากรรมทางไซเบอร์ จะต้องระงับการเผยแพร่ทันที
แพลตฟอร์มยังต้องตรวจจับการปกปิดลิงก์ (URL Cloaking) และติดตามการเปลี่ยนแปลงของลิงก์ที่แนบมากับโฆษณาตลอดช่วงเวลาที่โฆษณาเผยแพร่
ตัวบ่งชี้ความเสี่ยงที่หน่วยงานกำกับระบุ ได้แก่ การอ้างผลตอบแทนเกินจริง การแอบอ้างบุคคลหรือองค์กร การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ การใช้แรงกดดันให้รีบลงทุน และการเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ไม่มีใบอนุญาต
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มต้องตรวจสอบตัวตนของผู้ลงโฆษณาจากข้อมูลทะเบียนธุรกิจหรือเอกสารราชการ และต้องลบโฆษณาที่เข้าข่ายหลอกลวงโดยเร็ว
ข้อกำหนดยังครอบคลุมถึงการตอบสนองต่อการแจ้งเบาะแสของผู้ใช้ภายใน24ชั่วโมง การเก็บข้อมูลบัญชีอย่างน้อย90วัน และการจัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับระบบตรวจจับกลโกง วิธีการหลอกลวงรูปแบบใหม่ และประสิทธิภาพของมาตรการที่ใช้
หลายประเทศได้เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามโฆษณาหลอกลวงออนไลน์เช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ ASIC ของออสเตรเลียได้ลบกลโกงออนไลน์มากกว่า19,400รายการในปีงบประมาณ2026 เพิ่มขึ้น182%จากปีก่อน
รัฐบาลสิงคโปร์ยังเสนอให้เพิ่มบทลงโทษเป็นสูงสุด 10ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ต่อการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดแต่ละครั้ง แม้ว่าข้อเสนอนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา
ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งแก้ไขของหน่วยงานกำกับ อาจถูกปรับสูงสุด1ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และหากยังฝ่าฝืนหลังศาลมีคำพิพากษา อาจถูกปรับเพิ่มวันละ100,000ดอลลาร์สิงคโปร์
ร่างกฎหมายใหม่ยังเสนอให้สามารถออกคำสั่งด้านการปฏิบัติตาม (Compliance Order) ได้ โดยผู้ฝ่าฝืนอาจถูกปรับสูงสุด10ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และหากยังไม่ปฏิบัติตามหลังมีคำพิพากษา อาจถูกปรับเพิ่มวันละ300,000ดอลลาร์สิงคโปร์
รัฐบาลคาดว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของกฎหมายในการพิจารณาวาระที่สองของรัฐสภาในเดือนกันยายน ขณะที่ OCHA ระบุว่าจะพิจารณาบังคับใช้มาตรการตามระดับความเสี่ยงของแต่ละแพลตฟอร์ม และอาจให้การยกเว้นบางส่วนหรือทั้งหมดในบางกรณี โดยคดีหลอกลวงบนบริการออนไลน์ที่อยู่ภายใต้การกำกับลดลงราว37%ในปี2025 เมื่อเทียบกับปี2024 แม้ตำรวจจะระบุว่ามีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อสถิติดังกล่าวก็ตาม