
XTB กำลังศึกษาการนำรูปแบบ Systematic Internaliser (SI) มาใช้กับการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นและ ETF เพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกรรม พร้อมคงนโยบายซื้อขายหุ้นและ ETF แบบไม่มีค่าคอมมิชชัน
Filip Kaczmarzyk กรรมการฝ่ายการซื้อขายของ XTB เปิดเผยว่า ปัจจุบันคำสั่งซื้อขายหุ้นและ ETF ของลูกค้ายังคงถูกส่งไปยังตลาดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล แต่บริษัทกำลังพิจารณาช่องทางการส่งคำสั่งรูปแบบใหม่ หลังจากธุรกิจหุ้นและ ETF มีบทบาทสำคัญต่อการกระจายรายได้มากขึ้น
เขาระบุว่า XTB กำลังศึกษารูปแบบ Systematic Internaliser อย่างใกล้ชิด
ระบบดังกล่าวเปิดโอกาสให้โบรกเกอร์ใช้หลักทรัพย์ที่ถือครองอยู่เพื่อจับคู่คำสั่งซื้อขายกับลูกค้าโดยตรง แทนการส่งทุกคำสั่งเข้าสู่ตลาดซื้อขาย ซึ่งช่วยลดค่าธรรมเนียมตลาด ค่าคอมมิชชัน และต้นทุนการดำเนินการอื่น ๆ
ภายใต้กฎ MiFID II ของสหภาพยุโรป Systematic Internaliser คือบริษัทลงทุนที่ดำเนินการซื้อขายด้วยบัญชีของตนเองอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ โดยดำเนินการคำสั่งของลูกค้านอกตลาดหลักทรัพย์หรือแพลตฟอร์มซื้อขายที่ได้รับอนุญาต
อย่างไรก็ตาม ระบบ SI ไม่ได้เปิดโอกาสให้กำหนดราคาได้อย่างอิสระ ผู้ให้บริการยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ MiFIR เช่น การเปิดเผยราคา ความโปร่งใส และหลักการดำเนินคำสั่งที่ดีที่สุด
Kaczmarzyk ยังไม่ได้เปิดเผยว่า XTB จะดำเนินการในฐานะ SI ด้วยตนเอง ใช้ผู้ให้บริการภายนอก หรือเลือกโครงสร้างรูปแบบอื่น รวมถึงยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาการใช้งาน
ปัจจุบัน XTB ยังคงยกเว้นค่าคอมมิชชันสำหรับการซื้อขายหุ้นและ ETF จริง วงเงินไม่เกิน 100,000 ยูโรต่อเดือน และไม่มีแผนกลับมาเรียกเก็บค่าคอมมิชชันตามปกติ
สำหรับยอดซื้อขายที่เกินวงเงินดังกล่าว จะคิดค่าคอมมิชชัน 0.2% โดยมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 10 ยูโร ขณะที่การแลกเปลี่ยนสกุลเงินจะมีส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน 0.5%
XTB ไม่ใช่โบรกเกอร์รายเดียวที่กำลังปรับรูปแบบการส่งคำสั่งซื้อขาย
Trade Republic ของเยอรมนีได้เปลี่ยนระบบการดำเนินคำสั่งในเดือนกรกฎาคม หลังข้อยกเว้นการใช้ระบบ Payment for Order Flow (PFOF) ของสหภาพยุโรปสิ้นสุดลง โดยบริษัทจะรวบรวมราคาจากตลาดซื้อขายกว่า 30 แห่ง ก่อนจับคู่คำสั่งผ่านบัญชีของบริษัทเอง
ลูกค้ายังสามารถเลือกส่งคำสั่งไปยังตลาดเฉพาะ เช่น Xetra, Euronext, NYSE หรือ Nasdaq ได้ โดยมีค่าธรรมเนียม 2 ยูโร ขณะที่ Scalable Capital ใช้ระบบสมาชิกแบบสมัครรายเดือนเพื่อสนับสนุนบริการซื้อขายต้นทุนต่ำ
แม้ทั้งสองแนวทางมีเป้าหมายลดต้นทุน แต่หลักการทำงานแตกต่างกัน โดย PFOF เป็นการรับค่าตอบแทนจากการส่งคำสั่งไปยังบุคคลที่สาม ส่วน SI เป็นการดำเนินคำสั่งผ่านบัญชีของโบรกเกอร์เองภายใต้กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน
การศึกษารูปแบบใหม่ของ XTB มีขึ้นหลังจากสำนักงานกำกับดูแลการเงินของโปแลนด์ (KNF) สั่งปรับบริษัท 20 ล้านซลอตี หรือประมาณ 5.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
บทลงโทษดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกระบวนการเปิดบัญชีลูกค้า การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การเปิดเผยความเสี่ยง และการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในช่วงปี 2022–2023
อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบ SI หรือรูปแบบการดำเนินคำสั่งซื้อขายหุ้นที่ XTB กำลังศึกษาอยู่
Kaczmarzyk กล่าวว่า บริษัทไม่ได้มองว่าค่าปรับเป็นต้นทุนทางธุรกิจ เนื่องจากแม้ค่าปรับจะไม่สูงมาก แต่ก็ส่งผลต่อชื่อเสียง ความเชื่อมั่นของลูกค้า พันธมิตร และการขออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในอนาคต
เขายังระบุว่า XTB ได้ปรับปรุงกระบวนการเปิดบัญชีลูกค้าก่อนที่หน่วยงานกำกับดูแลจะเริ่มดำเนินคดี และบริษัทได้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 27 เมษายน โดยเห็นว่ามูลค่าค่าปรับไม่สอดคล้องกับลักษณะของการกระทำผิด
การศึกษาระบบการส่งคำสั่งซื้อขายครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนกระจายแหล่งรายได้ของ XTB
Omar Arnaout ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ XTB เปิดเผยเมื่อต้นปีว่า ปัจจุบันประมาณ 95% ของรายได้ยังมาจากการซื้อขาย CFD และบริษัทตั้งเป้าลดสัดส่วนดังกล่าวเหลือประมาณ 70% ภายใน 2–3 ปีข้างหน้า
แม้ระบบ SI อาจช่วยลดต้นทุนในการซื้อขายหุ้นและ ETF ได้ แต่จนกว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินงาน ผลิตภัณฑ์ที่รองรับ ตลาดเป้าหมาย และกำหนดเปิดใช้งาน แผนดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่นโยบายการซื้อขายใหม่ในปัจจุบัน