
กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)ของไทยจับกุมผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการหลอกลวงลงทุน Forex ขณะที่การสอบสวนร่วมหลายหน่วยงานขยายไปถึงประเด็นทางการเมือง
ขณะนี้มีผู้ถูกเรียกสอบสวน22ราย รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเมืองของโครงการดังกล่าว
ปฏิบัติการ “Shutdown the Laundering” มีการเข้าตรวจค้น24จุด ครอบคลุมเครือข่ายแพลตฟอร์มซื้อขาย Introducing Broker และผู้ให้บริการชำระเงิน
ผู้บริหารถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์และฟิวเจอร์สโดยไม่มีใบอนุญาต ตามรายงานของBangkok Post
ทางการไทยกล่าวหาว่า บริษัทดังกล่าวดึงดูดนักลงทุนด้วยการเสนอผลตอบแทน20%-30%ภายใน7วัน พร้อมทั้งมีการล่าช้าในการดำเนินคำสั่งซื้อขายและแสดงราคาที่แตกต่างจากตลาดทั่วไป
ลูกค้าที่ต้องการถอนเงินถูกกล่าวหาว่าถูกเรียกเก็บภาษีล่วงหน้าหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ขณะที่ลูกค้าที่ขาดทุนถูกชักชวนให้เป็นIntroducing Brokerเพื่อหาสมาชิกใหม่แลกรับค่าคอมมิชชัน
บริษัทเคยออกแถลงการณ์ผ่านFacebook โดยอ้างใบอนุญาตโบรกเกอร์จากMwali การจดทะเบียนMSBในสหรัฐฯและแคนาดา รวมถึงFSPในนิวซีแลนด์
อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนMSBและFSPไม่ได้หมายความว่าบริษัทได้รับอนุญาตให้ให้บริการ Forex ค้าหลักทรัพย์ หรืออนุพันธ์แก่ลูกค้ารายย่อย
ก่อนหน้านี้ รายงานว่า เจ้าหน้าที่พบการโอนเงิน14รายการ รวมมูลค่า28ล้านบาทเข้าสู่บัญชีที่เชื่อมโยงกับนักการเมืองรายดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ย้ำว่าการโอนเงินเพียงอย่างเดียวไม่ถือเป็นหลักฐานการกระทำผิด โดยนักการเมืองรายนี้ปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องและระบุว่าเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับธุรกิจซื้อขายทองคำที่สิ้นสุดไปหลายปีก่อน
DSIได้เรียกนักการเมืองรายดังกล่าวเข้าชี้แจง แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อหา
คดีนี้สะท้อนว่าการบังคับใช้กฎหมายของไทยกำลังขยายจากเว็บไซต์ซื้อขายไปยังบุคคล ช่องทางชำระเงิน และโครงสร้างสนับสนุนการดำเนินงาน