Skip to content

ส่วนลดฟอเร็กซ์

eToro เผยนักลงทุนรายย่อยอังกฤษมั่นใจพอร์ตลงทุนของตนเอง

    eToro

    ผลสำรวจ Retail Investor Beat รายไตรมาสล่าสุดจากeToro โบรกเกอร์ออนไลน์ พบว่า นักลงทุนรายย่อยในสหราชอาณาจักรมีความเชื่อมั่นต่อพอร์ตลงทุนของตนเองมากกว่าความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจอังกฤษมากกว่าสองเท่า

    การสำรวจนักลงทุนรายย่อยอังกฤษจำนวน1,000ราย พบว่า 81% มีความมั่นใจในการลงทุนของตนเอง ขณะที่มีเพียง35%ที่เชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจอังกฤษ นอกจากนี้ 62% ระบุว่ากำลังบรรลุหรือมีแนวโน้มบรรลุเป้าหมายการลงทุนหลัก เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก60%ในปีก่อน

    ความเชื่อมั่นดังกล่าวยังส่งผลให้กิจกรรมการลงทุนดำเนินต่อเนื่อง โดยในช่วง3เดือนที่ผ่านมา นักลงทุน31%เพิ่มเงินลงทุนในพอร์ต ขณะที่มีเพียง5%ลดเงินลงทุน และ34%คาดว่าจะเพิ่มเงินลงทุนในอีก3เดือนข้างหน้า ส่วนผู้ที่คาดว่าจะลดการลงทุนมีเพียง4%

    Dan Moczulski กรรมการผู้จัดการeToro UK กล่าวว่า

    “นักลงทุนอังกฤษมีความมั่นใจต่อแผนการเงินของตนเองมากกว่าเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะพวกเขาไม่สามารถควบคุมการเติบโตทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ หรืออัตราดอกเบี้ยได้ แต่สามารถควบคุมความสม่ำเสมอในการลงทุน การกระจายความเสี่ยง และการมุ่งเน้นเป้าหมายระยะยาวได้ ข้อมูลสะท้อนว่านักลงทุนอังกฤษกำลังเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตนเอง แทนที่จะรอให้แนวโน้มเศรษฐกิจดีขึ้น”

    แม้อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง นักลงทุนอังกฤษไม่ได้ถอนตัวออกจากตลาดอย่างกว้างขวาง โดย56%ระบุว่าสภาพอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันไม่ได้เปลี่ยนแผนลงทุน ขณะที่26%มีแผนเพิ่มการลงทุน และ12%ต้องการลดการลงทุน อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจไม่ได้ชี้ว่านักลงทุนกำลังเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่มีการพิจารณา

    เมื่อถามถึงสินทรัพย์ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนภายใต้ภาวะดอกเบี้ยปัจจุบัน เงินสดหรือเงินออมระยะสั้นได้รับเลือกมากที่สุดที่30% รองลงมาคือหุ้นกลุ่มเติบโต25% และสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำหรือน้ำมัน19%

    Dan Moczulski กล่าวเพิ่มเติมว่า

    “แนวคิดที่อังกฤษต้องเลือกเป็นเพียงประเทศแห่งการออมหรือประเทศแห่งการลงทุนเป็นมุมมองที่ล้าสมัย นักลงทุนที่มีเหตุผลจะทำทั้งสองอย่าง โดยใช้เงินสดเพื่อความมั่นคงและความยืดหยุ่น พร้อมลงทุนเพื่อการเติบโตระยะยาว อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันทำให้เงินสดมีประโยชน์มากขึ้น แต่ไม่ได้ลดความจำเป็นในการนำเงินไปสร้างผลตอบแทน”

    สำหรับนักลงทุนที่เลือกซื้อเมื่อราคาตลาดปรับตัวลง ปัจจัยหลักยังคงมาจากมุมมองระยะยาว โดย48%ระบุว่าลงทุนเพื่อเป้าหมายระยะยาว 42%มองหาโอกาสจากมูลค่าหุ้นที่ลดลง และ30%พิจารณาปัจจัยพื้นฐานของบริษัทหรือโอกาสฟื้นตัวของตลาดระยะสั้น

    แนวโน้มการเข้าซื้อหลังตลาดปรับตัวลงเล็กน้อยมีความชัดเจนมากขึ้นในกลุ่มMillennials โดย32%ระบุว่าจะเข้าซื้อหลังตลาดลดลง5%-10% เพิ่มขึ้นจาก26%ในไตรมาส2ปี2025

    ขณะเดียวกัน สัดส่วนนักลงทุนที่รอให้ตลาดปรับตัวลงมากกว่า20%ก่อนเข้าซื้อลดลงจาก15%เหลือ10% โดยการปรับฐาน11%-20%ยังเป็นระดับที่กระตุ้นให้กลุ่มMillennialsเข้าซื้อมากที่สุด คิดเป็น34%

    เหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้Millennialsซื้อช่วงตลาดปรับตัวลงคือการลงทุนระยะยาว55% รองลงมาคือโอกาสซื้อในราคาที่ต่ำลง39% ความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานบริษัท38% การคาดหวังการฟื้นตัวระยะสั้น30% และการปฏิบัติตามกลยุทธ์การลงทุน29%

    Dan Moczulski กล่าวว่า

    “ภาพจำที่ว่าMillennialsเพียงมุ่งหวังผลตอบแทนระยะสั้นไม่สอดคล้องกับข้อมูล พวกเขาเลือกเข้าลงทุนเร็วขึ้นเมื่อมูลค่าปรับตัวดีขึ้น แต่แรงจูงใจหลักยังคงเป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงนักลงทุนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น และพร้อมตัดสินใจโดยไม่พยายามคาดเดาจุดต่ำสุดของตลาดอย่างแม่นยำ”