
สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนออสเตรเลีย (ASIC) ประกาศเปิดเผยรายชื่อเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตด้านบริการทางการเงิน เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถแยกแยะผู้ให้บริการที่ถูกต้องตามกฎหมายออกจากเว็บไซต์ปลอมที่ใช้หลอกลวงประชาชน
ASIC ระบุว่า ได้เริ่มรวบรวมข้อมูลเว็บไซต์ของผู้ถือใบอนุญาต Australian Financial Services Licence (AFSL) และเผยแพร่ผ่านระบบค้นหาข้อมูล Professional Registers Search ซึ่งประชาชนสามารถใช้งานได้ฟรี
หน่วยงานชี้ว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพมักปลอมแปลงชื่อบริษัท หมายเลขใบอนุญาต และข้อมูลของผู้ให้บริการทางการเงินที่ถูกกฎหมาย เพื่อนำไปสร้างเว็บไซต์ปลอมและโฆษณาการลงทุนหลอกลวงที่ดูน่าเชื่อถือ
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ASIC มุ่งเน้นการปิดเว็บไซต์หลอกลวง โดยสามารถลบเว็บไซต์และเพจฉ้อโกงได้มากกว่า 10,000 แห่ง นับตั้งแต่เปิดหน่วยงานเฉพาะกิจในปี 2023
อย่างไรก็ตาม มาตรการใหม่ถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางจากการไล่ปิดเว็บไซต์ปลอม ไปสู่การสร้างฐานข้อมูลเว็บไซต์ที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ด้วยตนเองก่อนลงทุน
ASIC เปิดเผยว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีผู้ถือใบอนุญาตมากกว่า 6,500 รายได้รับเชิญให้ส่งข้อมูลเว็บไซต์ของตน และคาดว่าจะสามารถบันทึกข้อมูลส่วนใหญ่เข้าสู่ระบบได้ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า
ฐานข้อมูลดังกล่าวจะแสดงเว็บไซต์หลัก เว็บไซต์เพิ่มเติม รวมถึงระบุว่าบริษัทไม่มีเว็บไซต์หรือยังไม่ได้ส่งข้อมูลให้ ASIC โดยผู้ใช้งานสามารถค้นหาผ่านชื่อบริษัท หมายเลข ABN หมายเลข ACN หรือหมายเลขใบอนุญาตได้
ASIC ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากการที่หน่วยงานเองก็เคยตกเป็นเป้าหมายของการปลอมแปลง โดยในปี 2025 มิจฉาชีพได้สร้างเว็บไซต์เลียนแบบ Moneysmart ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มให้ความรู้ด้านการเงินของ ASIC เพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน
ข้อมูลของหน่วยงานยังพบว่า ตั้งแต่ปลายปี 2023 เป็นต้นมา ประมาณ 20% ของประกาศเตือนนักลงทุนบน Moneysmart เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาต ตัวแทนที่ได้รับอนุญาต หรือบริษัทจดทะเบียนจริง
ASIC ชี้ว่า หน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศ เช่น FCA ของสหราชอาณาจักร, CySEC ของไซปรัส และ Consob ของอิตาลี ต่างใช้ฐานข้อมูลหรือบัญชีรายชื่ออย่างเป็นทางการเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับการหลอกลวงประเภท Clone Firm
ความแตกต่างของโครงการใหม่คือ ASIC มุ่งสร้าง “บัญชีรายชื่อผู้ประกอบการที่ถูกต้อง” หรือ White List แทนการจัดทำเพียงรายชื่อเว็บไซต์ต้องสงสัยหรือ Blacklist โดยเชื่อว่าระบบดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Alan Kirkland กรรมาธิการของ ASIC กล่าวว่า ปัจจุบันการส่งข้อมูลเว็บไซต์ยังเป็นไปโดยสมัครใจ แต่หน่วยงานอาจพิจารณาใช้อำนาจบังคับในอนาคตเพื่อให้ฐานข้อมูลมีความสมบูรณ์
ข้อมูลล่าสุดจาก Scamwatch และ ReportCyber ระบุว่า ในไตรมาสแรกของปี 2026 มีรายงานการฉ้อโกงรวม 60,657 กรณี และสร้างความเสียหายรวม 248.3 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
ASIC ยังต้องการให้แพลตฟอร์มดิจิทัลและโซเชียลมีเดียนำฐานข้อมูลดังกล่าวไปใช้ตรวจสอบผู้ลงโฆษณาด้านการเงิน เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของโฆษณาหลอกลวงในอนาคต.