Skip to content

ส่วนลดฟอเร็กซ์

เตือนเป้าทอง 6,000 ดอลลาร์ เสี่ยงกับดักรายย่อย

    คอนสแตนตินอส ชากัลลิส (Constantinos Shakallis) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Scope Markets EU ออกโรงเตือนว่า การคาดการณ์ราคาทองคำเชิงรุกจากวอลล์สตรีท ซึ่งบางสำนักมองไกลถึง 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจกำลังสร้าง “สภาพคล่องทางออก” ให้กับสถาบัน มากกว่าจะเป็นโอกาสลงทุนที่แท้จริงสำหรับนักลงทุนรายย่อย

    “เมื่อเสียงที่ดังที่สุดในห้องตะโกนว่า ‘ซื้อ’ คนที่ฉลาดที่สุดมักกำลังมองหาป้าย ‘ทางออก’” ชากัลลิสกล่าว โดยชี้ว่าการปรับขึ้นของราคาทองคำในลักษณะพาราโบลิก—เพิ่มขึ้น 65% ตลอดปี 2025 และอีก 18% ภายใน 26 วันแรกของปี 2026—ได้ก่อให้เกิดสิ่งที่เขาเรียกว่า “การแพร่กระจายทางจิตวิทยา” ในโซเชียลมีเดียและชุมชนเทรดเดอร์

    ทองคำกลายเป็นประเด็นหลักบนแพลตฟอร์ม X และกลุ่ม Telegram ขณะที่นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากยึดการคาดการณ์ของ Goldman Sachs ที่ 5,400 ดอลลาร์ และตัวเลข “กระซิบ” 6,000 ดอลลาร์จาก Bank of America ราวกับเป็นข้อเท็จจริง ชากัลลิส ซึ่งเคยเผชิญวิกฤตการเงินไซปรัสปี 2013 จากแถวหน้า เห็นสัญญาณที่ชวนกังวลคล้ายฟองสบู่ในอดีต

    “ผมเคยเห็นภาพนี้มาก่อน—ฟองสบู่ดอทคอมปี 1999 ความเชื่อว่าราคาอสังหาฯ ไม่มีวันลงก่อนปี 2008 และคริปโตคลั่งในปี 2021” เขาเขียนในโพสต์ LinkedIn เมื่อวันอาทิตย์

    แรงหนุนจากสถาบันยังคงเพิ่มขึ้น Goldman Sachs ปรับเป้าสิ้นปี 2026 เป็น 5,400 ดอลลาร์ จากการกระจายการลงทุนของภาคเอกชนออกจากสินทรัพย์ดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายของ Bank of America คาด 6,000 ดอลลาร์ในฤดูใบไม้ผลิ ท่ามกลางความกังวลต่อความเป็นอิสระของเฟดและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

    อย่างไรก็ดี ชากัลลิสเตือนว่า “ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าสถาบันมักใช้สภาพคล่องฝั่งซื้อจากรายย่อยเพื่อทยอยออกจากสถานะขนาดใหญ่ โดยไม่ทำให้ราคาพังทลาย”

    คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมปริมาณการซื้อขายทองคำที่พุ่งสูงบนหลายแพลตฟอร์ม โดยโลหะมีค่ากลายเป็นสัดส่วนหลักของกิจกรรม CFD ในโบรกเกอร์รายใหญ่หลายแห่ง แม้แต่ตลาดคริปโตอย่าง BingX ยังรายงานสัญญาทองคำมูลค่าซื้อขายต่อวันกว่า 500 ล้านดอลลาร์

    ด้านเทคนิค ชากัลลิสชี้ว่าทองคำซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันเกือบ 20% ซึ่งในอดีตมักนำไปสู่การปรับฐาน “ตลาดที่พุ่งเป็นเส้นตั้งไม่ใช่การเติบโตที่แข็งแรง แต่เป็นสัญญาณของขีดจำกัด” เขากล่าว

    บทเรียนจากอดีตยังชัดเจน—มกราคม 1980 ทองคำทำสถิติที่ 850 ดอลลาร์ ก่อนร่วง 57% ในสองปีถัดมา ผู้ที่ซื้อบนจุดสูงสุดต้องรอถึง 28 ปีจึงจะคุ้มทุน

    แม้ทองคำจะเพิ่งแซงพันธบัตรสหรัฐขึ้นเป็นสินทรัพย์สำรองต่างประเทศใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีโปแลนด์ จีน และอินเดียเป็นหัวหอกการซื้อของธนาคารกลาง แต่ชากัลลิสยังตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของความเร็วในการปรับขึ้น

    “ในทุกวัฏจักร เป้าราคาจากธนาคารชื่อดังสามารถล่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้าซื้อในจุดเสี่ยงสูงสุด เพื่อเป็นสภาพคล่องให้ผู้เล่นรายใหญ่ทำกำไร” เขากล่าวทิ้งท้าย